การจัดการความรู้ ครั้งที่ 2 การตรวจวินิจฉัยโรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมวด้วยวิธี rivalta test

The rivalta test in diagnosis of effusive feline infectious peritonitis (FIP)

การตรวจวินิจฉัยโรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมวด้วยวิธี rivalta test

feline infectious peritonitis (FIP) คือโรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงและรักษาไม่หายขาด มีอัตราการตายสูง การรักษายังไม่มีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพเพียงแต่รักษาตามอาการ ป้องกันโดยการทำวัคซีนและไม่เลี้ยงแมวร่วมกันอย่างหนาแน่น

โรคช่องท้องอักเสบติดต่อเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดจาก feline coronavirus (FCoV) ซึ่งจะพบมากในลูกแมวอายุ 2 เดือนถึง 2 ปีหรือในแมวที่อายุแก่กว่า 10 ปีขึ้นไป รวมทั้งแมวที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่น โดยเชื้อจะแพร่กระจายผ่านอุจจาระและได้รับเชื้อโดยการกินหรือสูดดมเข้าไป ส่วนสารคัดหลั่งอื่นๆที่พบได้ ก็เช่น ปัสสาวะ น้ำลาย น้ำตา และชามน้ำ ชามอาหารกระบะทรายที่ใช้ร่วมกัน เป็นต้น หลังจากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อก็จะมีการเจริญแบ่งตัวเพิ่มจำนวนในระบบทางเดินหายใจ หลังจากนั้นก็จะเข้าไปที่ลำไส้เล็กทำให้มีอาการท้องเสีย ถ้าร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันเพียงพอก็จะหายเป็นปกติได้เอง แต่จะมีบางส่วนที่ไวรัสจะพัฒนาตัวเองและแสดงอาการช่องท้องอักเสบตามมาได้

อาการที่พบจะมี 2 แบบ คือ

  1. Wet form หรือ effusive form จะพบว่ามีการสะสมของน้ำในช่องอก ช่องท้อง ทำให้

มีอาการท้องกาง หายใจลำบาก มีไข้ขึ้นๆลงๆ ซึม เบื่ออาหารน้ำหนักลด เหงือกซีดหรือเหลือง

  1. Dry form หรือ noneffusive form อาการที่พบก็จะมีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้

น้ำหนักลด เช่นเดียวกับ wet form แต่การพัฒนาของโรคจะช้ากว่า และไม่พบการสร้างของน้ำในช่องอก ช่องท้อง แต่จะเป็นการอักเสบ โดยพบก้อนอักเสบตามอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ม้าม ไต ต่อมน้ำเหลือง ลำไส้ ปอด สมองและตา ทำให้มีความผิดปกติกับอวัยวะนั้นๆ เช่น ตับอักเสบ ไตอักเสบ ม้ามโต ท้องเสียเรื้อรัง ชัก อัมพาต ช่องหน้าตาอักเสบ หรืออาจพบอาการตาบอดเฉียบพลันได้

            ส่วนการวินิจฉัยในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการตรวจวินิจฉัยใดๆที่จะสรุปได้ว่าเป็นโรคช่องท้องอักเสบติดต่อ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นแบบ dry form จะทราบได้แน่นอนก็ต่อเมื่อทำการชันสูตรซากเมื่อเสียชีวิตแล้วโดยการทำ histopathology เท่านั้น ดังนั้นการจะพิจารณาว่าแมวป่วยด้วยโรคช่องท้องอักเสบติดต่อจะใช้วิธีดูผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกับการซักประวัติและดูอาการ โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการนั้น มีการตรวจดังนี้

  • การตรวจเลือด

–            การตรวจ complete blood count จะพบ neutrophilia ,lymphopenia และ

Nonregenerative anemia

–            การตรวจ blood chemistry จะพบ total plasma globulin สูง, serum A:G ratio

ลดลง(< 0.45)

  • การตรวจหาเชื้อด้วยเทคนิคการเพิ่มสารพันธุกรรมของไวรัส(PCR)
  • การตรวจด้วยชุดตรวจสำเร็จรูปเพื่อหาเชื้อ feline coronavirus (feline coronavirus

antibody test)

  • การตรวจเอกซเรย์และอัลตราซาวด์เพื่อดูว่ามีน้ำหรือก้อนผิดปกติในช่องอก ช่องท้อง

หรือไม่

  • ในกรณีที่มีน้ำในช่องอก ช่องท้อง ก็จะทำการเจาะดูด fluid ไปตรวจ พบว่า fluid จะมีลักษณะใส สีฟางข้าว เหนียว มีฟองถ้าเขย่า เกิดการจับตัวเป็นก้อนเมื่อตั้งทิ้งไว้ ความถ่วงจำเพาะสูง(1.03-1.04) ความเข้มข้นของโปรตีนสูง (> 3.5 g/d) น้ำที่เจาะดูดออกมายังสามารถนำมาวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยวิธี rivalta test ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย ตรวจได้รวดเร็ว และราคาไม่แพง

วิธีตรวจ

  1. เตรียมหลอดพลาสติกหรือหลอดแก้วใสที่สามารถมองเห็นได้
  2. หยด 8% acetic acid (หรือน้ำส้มสายชู) 1 หยดลงในน้ำกลั่น 5 ซีซีผสมให้เข้ากัน
  3. หยดน้ำที่เจาะดูดมาลงในหลอดด้านบนอย่างช้าๆ

การอ่านผล

ผลบวก   :  จะพบว่าตัว fluid จะค่อยๆทิ้งตัวเป็นหยดลักษณะคล้ายแมงกะพรุนลง

ไปที่ก้นหลอด

ผลลบ     :   ตัว fluid ที่หยดลงไปจะละลายหายไปกับตัวทำละลายในหลอด

สรุปการแปลผล

ผล Positive rivalta test 86% ในแมวจะเป็นโรคช่องท้องอักเสบติดต่อ ส่วนผล

negative rivalta test แมวถึง 97% จะไม่เป็นโรคช่องท้องอักเสบติดต่อ จึงสามารถใช้ผล negative เป็นตัว rule out โรคนี้ได้

Copyright © 2018. All rights reserved.